ชัยชนะเหนือ นอริช ซิตี้ ในการเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์คงไม่ได้เป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์อะไรสักเท่าไรสำหรับแฟรบอล เชลซี แต่ด้วยสกอร์ 7-0 ต้องบอกว่าเล่นเอายิ้มกันหน้าบาน

         ทีมเหนือกว่าตลอดทั้งเกม ครองบอลถึง 62% โอกาสทำประตูมากถึง 23 ครั้งเป็นการเข้ากรอบ 13 หน ถ้าจะบอกว่าเป็นเกมที่ทีมเล่นกันอย่างสบายที่สุดเกมหนึ่งก็คงไม่น่าเกลียด

         ส่วนเรื่องใบแดงของ เบน กิ๊บสัน คงไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรเพราะตอนนั้น “สิงห์บลูส์” ก็นำไปไกลถึง 5-0 แล้ว เรียกได้ว่าสามแต้มคงไม่หนีไปไหน

         มันก็แค่ช่วยให้สกอร์มันไหลมากขึ้นก่วาเดิมเท่านั้น

การจัดทีม

         โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนผู้เล่นเอาท์ฟิลด์ 5 คนจากเกมล่าสุดในการเผชิญหน้ากับทีมบ๊วยของพรีเมียร์ลีก โดยปลอกแขนกัปตันทีมเกมนี้เป็นของ จอร์จินโญ่

         เอดูอาร์ เมนดี้ เฝ้าเสาเหมือนเดิม เซนเตอ์มีการเปลี่ยนแปลงให้ เทรเวอห์ ชาโลบาห์ ลงประสานงานกับ ติอาโก้ ซิลวา และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ส่วนวิง-แบ็กขวา รีซ เจมส์ ได้ลงเล่นแทน เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ส่วนทางซ้าย เบน ชิลเวลล์ ที่กำลังเล่นด้วยความมั่นใจได้ทำหน้าที่ต่อ

         แดนกลาง มาเตโอ โควาซิช ได้ลงเล่นแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โดยประสานงานกับ จอร์จินโญ่ ในขณะที่แนวรุกการขาดหายไปของทั้ง โรเมลู ลูกากู และ ติโม แวร์เนอร์ ทำให้ คัลลัม่ ฮัดสัน-โอดอย กับ ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงประสานงานกับ เมสัน เมาท์

         ก่อนเริ่มเกมมีการรำลึกถึง แม็ทธิว อาร์ดิ้ง อดีตรองประธานสโมสรของ เชลซี เสียชีวิตครบ 25 ปีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย

ประตูที่ไม่ต้องรอนาน

         สิ้นเสียงนกหวีดแรกของผู้ตัดสิน แอนดี้ แม้ดลี่ย์ ทาง “สิงห์บลูส์” ก็เดินหน้าลุยทันทีนาทีที่ 5 อันโตนิโอ รือดิเกอร์ เติมเกมสูงขึ้นขึ้นมาลองยิงไกลแต่บอลเบา ทิม ครูล รับเข้ามือแบบไม่ยาก

         แต่สกอร์แรกของเกมก็เกิดขึ้นในนาทีที่ 8 คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ลุยมาทางซ้ายก่อนเปิดเข้าเขตโทษโดนโหม่งสกัดมาหน้ากรอบ จอร์จินโญ่ พักอกก่อนแตะมาให้ เมสัน เมาท์ กดด้วยขวาตรงหัวกะโหลกบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปเป็น 1-0 สำหรับเจ้าบ้าน

         อีก 10 นาทีให้หลังสกอร์ขยับมาเป็น 2-0 ในจังหวะที่ทีมตั้งเกมมาจากหน้าปากประตู อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ไหลบอลให้ มาเตโอ โควาซิช ที่กลางสนาม มิดฟิลด์โครเอเชียจ่ายทะลุช่องทีเดียวให้ คัลลั่ม ฮัดสัต-โอดอย แตะเข้าเขตโทษด้านซ้ายก่อนตามสูตรเอี้ยวตัวยิงด้วยขวาผ่าน ทิม ครูล ที่พยายามมาปิดมุมเข้าไป เป็นประตูแรกของเจ้าตัวในฤดูกาลนี้ด้วย

         นอริช ซิตี้ เองก็พยายามบุกแต่คุณภาพในเกมรุกไม่อาจเจาะเกมรับอันแข็งแกร่งของ เชลซี ไปได้และก็เสียประตูเพิ่มจากจังหวะสวนอีกนาทีที่ 30 คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ที่ใช้ความเร็วลุยมาทางซ้ายอีกครั้งก่อนไหลเข้าเขตโทษ เมสัน เมาท์ แปเน้นๆแต่ติดมือ ทิม ครูล

         ในนาทีที่ 36 ทางผู้มาเยือนได้โอกาสลองยิง โอซาน คาบัค แย่งบอลจาก คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย ได้ก่อนลองยิงนอกกรอบบอลข้ามคานออกไป

         5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรกเจ้าบ้านมาได้ประตูที่สามจังหวะต่อบอลหน้าเขตโทษผู้มาเยือน มาเตโอ โควาซิช ไหลบอลให้ จอร์จินโญ่ ต่อให้ เมสัน เมาท์ แทงทะลุช่องให้ รีซ เจมส์ ที่สปีดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนชิบข้าม ทิม ครูล เข้าไปเป็น 3-0 เมื่อจบครึ่งแรก

เดินหน้าลุยต่อ

         นอริช ซิตี้ ไม่ได้อยู่เฉยเมื่อทาง ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ ขยับเปลี่ยนตัวทันทีในขช่วงพักครึ่งโดยเอา ปิแอร์ ลีส์ เมลู กับ ดิมิทริส จานนูลิส ออกแล้วส่ง มิล็อต ราชิช่า กับ แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ ลงสนามแทน

         ผู้มาเยือนเริ่มเกมด้วยการวิ่ง-สู้-ฟัดในทันที แต่กระนั้นการจ่ายบอลไม่กี่จังหวะก็เสียและมาถึงนาทีที่ 57 เจ้าบ้านก็มาทิ้งห่าง 4-0 จอร์จินโญ่ ไหลบอลให้ มาเตโอ โควาซิช จ่ายต่อเข้าเขตโทษด้านซ้าย เบน ชิลเวลล์ ที่เติมมาจับหนึ่งทีแล้วสับไกบอลพุ่งเรียดเสียบเสาสองไป

         อีก 5 นาทีให้หลังสกอร์มาไหลเพิ่มอีกแบบโชคร้ายของฝั่งทีมเยือนเมื่อ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เปิดบอลจากทางซ้ายบอลแฉลบ แม็กซ์ อารอนส์ เปลี่ยนทาง ทิม ครูล เองก็ตั้งตัวไปทันแม้จะเซฟได้แต่บอลยิงปลิ้นเข้าประตูไป

ใบแดง-ปิดเกม


         ทีมเยือนจากที่เป็นรองอยู่แล้วก็หนักกว่าเดิมเมื่อมาเหลือ 10 ตัวจังหวะนาทีที่ 65 เบน กิ๊บสัน ไปอัดหนักใส่ รีซ เจมส์ โดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป

         เกมของ เชลซี คงไม่พลาดชัยชนะอยู่แล้วแต่ทีมยังไม่เพลาเกมรุกและเกือบได้เพิ่มจากจังหวะที่ มาเตโอ โควาซิช ไหลบอลให้ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ตัวสำรองพลิกเข้าไปยิงในเขตโทษแต่ ทิม ครูล เซฟได้เยี่ยม รวมถึงลูกยิงนอกกรอบของ ฮาคิม ซิเย็ค ที่ ทิม ครูล ปัดออกหลังไปได้

         แต่ “สิงห์บลูส์” ก็มาได้จุดโทษจังหวะแฮนด์บอลของ มาเธียส นอร์แมนน์ ที่ห้องวีเออาร์ส่งสัญญาณมาก่อนที่ เมสัน เมาท์ จะสังหารติดเซฟ ทิม ครูล แต่ผู้ตัดสินชี้ว่ามือกาวทีมเยือนออกมาจากเส้นก่อนและให้ยิงใหม่ซึ่งคราวนี้ไม่พลาดสกอร์ขยับ 6-0

         เท่านั้นไม่พอช่วงทดเจ็บเจ้าบ้านมาปิดท้ายอีก รูเบน ลอฟตัส-ชีค เล่นชิ่งกับ ฮาคิม ซิเย็ค หลุดเข้าเขตโทษด้านขวาก่อนโชว์ความใจกว้างเป็นแม่น้ำไหลให้ เมสัน เมาท์ ยิงเข้าไป เป็นแฮตทริคของเจ้าตัวในเกมนี้ และเป็นแฮตทริคแรกในการเล่นให้กับทีม ปิดฉากที่สกอร์ 7-0 ในเกมนี้

เกมถัดไป

         เชลซี จะพัก 3 วันก่อนที่จะลงเล่นในเกมคาราบาว คัพรอบ 16 ทีมสุดท้ายเปิดบ้านรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมตัน ก่อนที่จะไปเจอกับ “เศรษฐีใหม่” นิวคาสเซิ่ล ในเกมพรีเมียร์ลีกวันเสาร์หน้า

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล