บัวเต็ง-มุลเลอร์ ดาวดวงเดิมที่เปล่งประกายด้วยฝีมือของ ฮันซี่ ฟลิค!

หากย้อนกลับไปในช่วงเปิดฤดูกาล คงไม่มีใครคิดว่าสุดท้าย แล้วนักเตะที่จะกลายเป็นกุญแจสำคัญในการพาบาเยิร์น มิวนิค ทะยานกลับขึ้น มายึดตำแหน่ง จ่าฝูงได้อีกครั้งจะเป็นสองแข้ง จอมเก๋าประจำทีมอย่างเชโรม บัวเต็ง และโทมัส มุลเลอร์…

เมื่อช่วงต้นปีก่อน โยอาคิม เลิฟ เฮ้ดโค้ชทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมนีได้ออกมาบอกว่ามุลเลอร์ บัวเต็ง และมัตส์ ฮุมเมิลส์ ปราการหลังจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเขาอีกต่อไป

นอกจากนั้นบาเยิร์น ยังคว้าตัวนักเตะหน้าใหม่ เข้ามาเสริมทัพมากมาย เมื่อช่วงเปิดตลาด นักเตะ ทำให้สถานการณ์ ของสองรายแรกนั้น ดูจะริบหรี่ลงเรื่อยๆ การมาของคูตินโญ่ และเปริซิช ทำให้บาเยิร์น มีตัวเลือกในการเล่นเกมรุกมากขึ้น

ขณะที่การคว้าตัว ปราการหลังดีกรีแชมป์ โลกชาวฝรั่งเศส อย่างลูคัส แอร์กน็องเดซ และเบนฌาแม็ง ปาวาร์ เข้ามาก็ยิ่งทำให้ โอกาสในการยึดตำแหน่งตัวจริง ของบัวเต็งน้อยลงไปทุกที

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2008 มุลเลอร์ก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดกับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์นภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน กัล มาจนถึงเมื่อสิ้นฤดูกาลที่ผ่านมาที่มุลเลอร์คว้าถาด “ไมสเตอร์ชาเล่อ” หรือแชมป์บุนเดสลีกาไปแล้วถึง 8 สมัย

ทว่าในซีซั่นที่ผ่านมาเขากลับถูกลดบทบาทลงภายใต้การคุมทีมของนิโก้ โควัช โดยถูกเปลี่ยนตัวออกถึง 17 เกมจาก 28 เกมที่ได้ลงสนาม

เพราะต้องแข่งกันทำผลงานกับฮาเมส โรดริเกซ เพื่อต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกกัน แต่เขาก็ยังทำผลงานได้ไม่เลว ยิงไป 6 ประตูและทำอีก 9 แอสซิสต์ให้กับทีม “เสือใต้”

ในฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน มุลเลอร์ยังต้องแข่งโชว์ผลงานกับคูตินโญ่ ทำให้เขาได้โอกาสลงสนามเพียง 10 เกมภายใต้การคุมทีมของโควัช ซึ่งเป็นการออกสตาร์ทตัวจริงเพียง 5 นัดเท่านั้น แต่หลังจากโควัชมีอันต้องโบกมือลาทีม “เสือใต้” ไป

อนาคตของมุลเลอร์กับทีมรักก็กลับมาสดใสอีกครั้งเมื่อฮันซี่ ฟลิค ได้รับแต่งตั้งให้มากุมบังเหียนแทน โดยฟลิคเคยเป็นมือขวาของโยอาคิม

เลิฟเมื่อตอนที่เยอรมนีคว้าแชมป์โลกที่บราซิลได้ในปี 2014 ซึ่งมุลเลอร์ยิงไปถึง 5 ลูกในการแข่งขันครั้งนั้น จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ฟลิคจะมองข้ามความสามารถของแข้งอินทรีเหล็กวัย 30 กะรัตคนนี้

“เขามีเซ้นส์ที่ดีมากในเรื่องแผนการเล่นและเป็นนักเตะคนสำคัญมากๆ ในสนาม” ฟลิคกล่าวถึงมุลเลอร์ “เขาคือมือขวาของโค้ชเลยล่ะ เขาคือผู้นำทีม นำเพื่อนร่วมทีมทุกคนได้และเล่นบอลในระดับที่สูงมาก โทมัสคือนักเตะที่เล่นให้ทีมไหนก็ดีไปหมด”

แล้วมุลเลอร์ก็แผลงฤทธิ์ทันทีที่ฟลิคเข้ามาคุมทีมด้วยการจ่ายสองแอสซิสต์ในเกม “แดร์ คลาสสิกเคอร์” ที่ “เสือใต้” ถล่ม “เสือเหลือง” 4-0 ประตู จากผลงาน 0 ประตู 4 แอสซิสต์ในยุคของโควัช เขากลับมาระเบิดฟอร์มเดินหน้าทำผลงานรวม 6 ประตู 12 แอสซิสต์ภายใต้เฮ้ดโค้ชคนใหม่

บัวเต็ง-มุลเลอร์ ดาวดวงเดิมที่เปล่งประกายด้วยฝีมือของ ฮันซี่ ฟลิค!

เชโรม บัวเต็งก็เป็นนักเตะ “เสือใต้” อีกคนที่กลับมาได้รับโอกาสจากฟลิค หลังจากที่ในซีซั่นก่อนได้โอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเพียง 9 นัด

และในช่วงต้นซีซั่นนี้โอกาสก็ยังริบหรี่เหมือนเดิม ได้ออกสตาร์ทเพียง 6 จาก 10 เกมแรกทั้งที่กองหลังบาเยิร์นได้รับบาดเจ็บกันเพียบ

จริงอยู่ว่ากองหลังอย่างบัวเต็งนั้น ผ่านช่วงอายุ ที่ถือว่าพีค สำหรับอาชีพค้าแข้งมาแล้ว แต่อย่าลืมว่าปราการหลังแห่งเสือใต้คนนี้ ได้ชื่อว่าเป็นควอเตอร์แบ็ค แห่งวงการลูกหนัง ในเรื่องการครอบครองบอล ถือว่าเขายังคงเป็นหนึ่ง ในเซ็นเตอร์แบ็คที่ดี ที่สุดในโลก

คำถามก็คือ บัวเต็งยังทำได้ดีแค่ไหน ในตอนที่ไม่ได้ เป็นฝ่ายครองบอล เขายังสามารถป้องกัน และเบียดแย่งบอล กลับมาจากฝ่ายตรงข้าม ได้อยู่หรือไม่ ซึ่งบัวเต็งก็ สามารถพิสูจน์ตัวเองได้แล้วว่าตัวเองยังมีดีหลังได้รับโอกาสจากฟลิค

“ฮันซี่คือโค้ชระดับท็อปและคู่ควรกับตำแหน่งนี้จริงๆ เขาคือคนที่สุดยอดและมีเซ้นส์เรื่องนักเตะที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เขาเคารพผู้อื่นมากและปฏิบัติต่อนักเตะอย่างมืออาชีพไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ เขาทำให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองสำคัญ เขาเหมือนยุปป์ ไฮน์เคส เลยล่ะ” บัวเต็งกล่าวถึงเฮ้ดโค้ชคนใหม่

บัวเต็งได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงถึง 9 เกมหลังจากฟลิคก้าวขึ้นมาคุมทีม “เสือใต้” และยังจ่ายแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมได้อีกด้วย นอกจากนี้เขายังช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทได้ถึง 6 นัด จึงไม่แปลกใจที่ปราการหลังคนนี้จะกลับมามั่นใจในตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกว่าตัวเองยังมีความสำคัญต่อทีมรักอยู่เหมือนเดิม

และแล้วฟลิคก็สามารถพาทีม “เสือใต้” ทะยานกลับขึ้นไปอยู่ในจุดที่ควรจะอยู่ แถมยังได้รับสัญญาคุมทีมถาวรไปเป็นที่เรียบร้อย ผลงานอันยอดเยี่ยมแบบนี้

ไม่ได้เกิดขึ้นจากการกินบุญเก่าใช้ผู้เล่นเก๋าๆ ที่มีประสบการณ์มากมายเพียงเท่านั้น แต่ฟลิคยังสร้างนักเตะดาวรุ่งอย่างอัลฟอนโซ่ เดวีส์ หรือ โยชัว เซียร์คซี ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับความสำเร็จของทีมครั้งนี้อีกด้วย

ในเกมล่าสุดของทีมบาเยิร์นก่อนบุนเดสลีกาจะมีอันต้องหยุดชะงักเพราะการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า เกมนั้นพวกเขาคว้าชัยได้สำเร็จด้วยสกอร์ 2-0 โดยที่ประตูปิดกล่องในช่วงท้ายเกมมาจากการประสานงานอันยอดเยี่ยมระหว่างแซร์จ นาบรี้ และเลออน โกเร็ตซ์กา

แต่ประตูที่ปลดล็อคชัยชนะให้บาเยิร์นแท้จริงแล้วคือประตูที่บัวเต็งวางบอลแอสซิสต์ให้มุลเลอร์หลุดเข้าไปยิงให้ทีม “เสือใต้” ขึ้นนำในนาทีที่ 53 ถึงจะมีใครมองว่าช่วงเวลาทองของสองแข้งตัวเก๋านั้นน้อยลงไปทุกที แต่ “พี่เสือ” ก็ยังคงหวังพึ่งพาพวกเขาได้เสมอ

อ่านเพิ่มเติม >>> https://www.ufabetwins.com/

คลิกเลย >>> https://www.tejadoscasillas.com